Posted by: healthyrefresh | ธันวาคม 20, 2009

มะเขือเทศ (1)

มะเขือเทศ


สรรพคุณของมะเขือเทศ

200 กว่าปีมาแล้วที่มะเขือเทศกลายเป็นอาหารวิเศษของชาวตะวันตก  โดยเฉพาะชาวอิตาลี  ชนิดที่ว่าบนโต๊ะอาหารของชาวอิตาลี ไม่มีมื้อไหนเลยที่ไม่มีมะเขือเทศ  อย่างน้อยก็ต้องมีซอสมะเขือเทศตั้งอยู่ขวดหนึ่ง

ปี 2004  สถานีโทรทัศน์ HBS ของเกาหลีเดินทางมาถ่ายทำสารคดียังหมู่บ้านแคมโปดีเมลซึ่งเป็นหมู่บ้านอายุยืนของอิตาลี  พวกเขาพบว่าอาหารการกินของคนในหมู่บ้านนี้  มีมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบแทบทั้งนั้น  ชาวอิตาลีที่อายุยืนเหล่านี้ให้สัมภาษณ์ว่า   สาเหตุที่พวกเขาชอบรับประทานมะเขือเทศ  ก็เพราะว่ามะเขือเทศทำให้พวกเขาสุขภาพดี   กระชุ่มกระชวย   อายุ 85, 90, 100 หรือร้อยกว่า  ก็ยังไม่ต้องหาหมอ  ไปไหนมาไหน ขี่มอเตอร์ไซค์ปร๋อเหมือนคนหนุ่มคนสาว

“มะเขือเทศมีฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็งในระบบย่อยอาหาร การต่อต้านความชราภาพ  ใช้เสริมสวย   ป้องกันมะเร็ง”

เคล็ดลับสุขภาพดีจากมะเขือเทศ

มะเขือเทศจัดเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงชนิดหนึ่ง  หากรับประทานมะเขือเทศวันละ 500-1000 กรัม จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอไปทั้งวัน  มีสารจำพวกแคโรทีนอยด์ ชื่อไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารสีแดง มีคุณสมบัติในการปกป้องสายตา   ป้องกันมะเร็งต่างๆ  ทั้งมะเร็งกระเพาะอาหาร  มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งลำไส้  มะเร็งตับ  มะเร็งปอด  มีวิตามินพี (citrin) ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด มีสารจำพวกกรดอินทรีย์ เช่น กรดมาลิค กรดซิตริก และกลูตามิค (Glutamic) ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารและมีฤทธิ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับน้ำย่อยอีกด้วย แพทย์แผนจีนยังเห็นว่ามะเขือเทศมีคุณสมบัติในการทำให้เลือดเย็นตัวลง ดับพิษไข้ แก้ร้อนใน ลดความดันโลหิต  หล่อเลี้ยงตับ  นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมีคุณสมบัติในการเสริมสวย  ป้องกันมิให้ผิวหนังเหี่ยวแห้ง หยาบกร้านอีกด้วย

ตารางสารอาหารกับคุณสมบัติของมะเขือเทศ

ส่วนประกอบ คุณสมบัติ
วิตามินซี เสริมแรงต้านทานโรค
ไลโคพีน ต่อต้านความชราภาพ  ป้องกันมะเร็ง
ซิทริน ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด
กรดอินทรีย์ เสริมความเข้มข้นของน้ำย่อย  ช่วยย่อยอาหาร

มะเขือเทศไม่ควรรับประทานแบบนี้

- ไม่ควรรับประทานพร้อมกับแตงกวา ปกติเราชอบรับประทานมะเขือเทศกับแตงกวา  ซึ่งเป็นวิธีการรับประทานที่ไม่ถูกหลักโภชนาการมากที่สุด  เพราะว่า  ในแตงกวามีสารที่สลายวิตามินซี การรับประทานผักสด 2 อย่างนี้พร้อมกัน  ก็จะทำให้เราไม่ได้รับสารอาหารตามที่ควรจะได้

- ไม่ควรรับประทานมะเขือเทศขณะท้องว่าง เนื่องจากในมะเขือเทศมีสาร Astringent ที่จะทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร  ทำให้น้ำย่อยจับตัวเป็นก้อนซึ่งอาจทำให้กระเพาะอาหารอุดตัน  เกิดอาการไม่สบายต่าง ๆ เช่น ท้องอืดท้องเฟ้อ  ปวดท้องได้

- ไม่ควรรับประทานมะเขือเทศที่ยังเป็นสีเขียวๆ อยู่   เนื่องจากมะเขือเทศที่ยังเขียวอยู่มีสาร Alkaloid glucoside ที่มีความเป็นด่างอยู่แต่ถูกกรดย่อยสลายได้  เพราะฉะนั้น  การรับประทานมะเขือเทศที่ยังไม่สุก  จึงทำให้เรารู้สึกไม่สบาย  เช่น ปากขม ฝืดคอ  บางรายอาจแพ้เหมือนถูกพิษ

- ไม่ควรใช้ความร้อนนาน ๆ ปรุงมะเขือเทศให้สุก เพราะจะทำให้สารอาหารกับรสชาติของมะเขือเทศเสียไป

มะเขือเทศ กินสดหรือปรุงสุก อย่างไหนดีกว่ากัน

มะเขือเทศที่ผ่านการปรุงให้สุก  สารไลโคพีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้มข้นขึ้น  เนื่องจากความร้อนจะไปทำลายผนังเซลในมะเขือเทศ  ทำให้อย่างไลโคปีนถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้น  นอกจากนี้ ถ้าเราผัดมะเขือเทศด้วยน้ำมันพืช  ไลโคพีนจะละลายในน้ำมันจึงสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดียิ่งขึ้น  แต่การผ่านความร้อนก็มีข้อเสียเช่นกัน  คือ  วิตามินซีในมะเขือเทศจะถูกทำลาย  ในขณะที่สารไลโคปีนจะเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างเด่นชัด  สรุปแล้วก็คือ  ถ้าเราขาดวิตามินซี  ก็ควรรับประทานมะเขือเทศสด ๆ  นอกจากนี้  บริเวณผิวของมะเขือเทศมีสารไลโคพีนเยอะมาก  จึงไม่ควรปอกเปลือกทิ้ง

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: