Posted by: healthyrefresh | ธันวาคม 20, 2009

วิธีเลือกน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ

วิธีการเลือกน้ำมันเพื่อสุขภาพ

ถ้าคุณพ่อบ้านแม่บ้านสมัยนี้อยากจะซื้อน้ำมันพืชซักขวด คงจะตาลายไม่น้อยกับน้ำมันพืชสารพัดชนิดวางเรียงรายกันเป็นทิวแถว ทั้งน้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย  น้ำมันข้าวโพด น้ำมันงา น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันมะพร้าว  ฯ ราคาก็มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ขวดละ 30 กว่าไปยันขวดละหลายร้อย   แล้วจะหยิบขวดไหนดีละเนี่ย!!

การเลือกใช้น้ำมันพืชอย่างเหมาะสม นอกจากจะได้อาหารที่อร่อยแล้วยังสามารถสร้างเสริมสุขภาพได้ด้วย ในน้ำมันพืชจะมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายซึ่งไม่สามารถสร้างเองได้   และยังสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มวิตามินให้กับร่างกาย ลดการเกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ด้วย ดังนั้น คุณจึงควรรู้จักวิธีเลือกน้ำมันพืชที่ดีให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก

จุดสำคัญในการเลือกน้ำมันพืชให้ดีกับสุขภาพ คือ  “ประเภทของกรดไขมัน”

ในน้ำมันพืชทุกชนิดจะมีกรดไขมันอยู่ 3 ประเภทผสมกันอยู่ในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน คือ

1. กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid : SFA) น้ำมันที่มีอัตราส่วนกรดไขมันอิ่มตัวสูง ได้แก่ น้ำมันหมู  น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันพวกนี้จะเป็นไขได้ง่าย ย่อยยากและมีส่วนทำให้ระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง แต่น้ำมันเหล่านี้จะทนต่อความร้อนและความชื้นได้ดี ทำให้ไม่เหม็นหืนง่าย เหมาะสำหรับทอดอาหาร จะทำให้กรอบอร่อย

2. กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated Fatty Acid : MUFA) น้ำมันที่มีอัตราส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคาโนลา และน้ำมันรำข้าว  ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยลดคอเรสเตอรอลที่ไม่ดี LDL-C (Low Density Lipoprotein Cholesterol) โดยไม่ลดคอเรสเตอรอลที่ดี HDL-C (High Density Lipoprotein Cholesterol)  น้ำมันพวกนี้จะไม่เป็นไข แต่จะเหม็นหืนได้ง่าย ควรเก็บน้ำมันไว้ในที่มืดและเย็น

3. กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง  (Polyunsaturated Fatty Acid : PUFA) น้ำมันที่มีอัตราส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งสูง ได้แก่ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง มีส่วนทำให้ระดับคอเลสเตอรอลทั้งตัวดีและไม่ดีลดลงทั้งคู่

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคมะเร็ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำสัดส่วนของกรดไขมันที่ควรบริโภคในแต่ละวัน ดังนี้

SFA : MUFA : PUFA

<10 : 10-15  : <10 ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: